[Fic-KhunWoo] :: Lost in love :: CH.4

posted on 09 May 2011 00:12 by 2pm-fictionismz
 
 
 
 
 
 
 
 

Title: [Fic] Lost in Love
Chapter: 4
Author: Shin-Dragon

Beta reader: Kumameaw
Paring: Nichkhun x Wooyoung / Chansung x Junho
Rate: NC-17

 

 

 

 

อูยองเก็บของใช้เล็กๆ น้อยๆ ที่จำเป็นใส่กระเป๋าเดินทางด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ยิ้มบางๆ บ้างเวลาที่บอกคนรักของตนว่าเก็บอะไรไว้ที่ส่วนไหน เวลาจะหยิบใช้สอยจะได้ไม่ต้องรื้อค้นให้ยุ่งยาก แต่ถึงอย่างนั้นความเยียบเย็นก็ยังแผ่ซ่านมาถึงคนที่นั่งมองอยู่ปลายเตียงอยู่ดี เหมือนอูยองจะรู้ตัวว่าถูกมอง แต่ก็ทำเป็นเมินและตั้งอกตั้งใจจัดเก็บกระเป๋าต่อไป

 

“แค่ที่โกนหนวดไม่ต้องก็ได้มั้ง เดี๋ยวพี่ซื้อที่นู่นก็ได้” เสียงทุ้มเอ่ยบอกเมื่อเห็นคุณคนเล็กของคนในบ้านกำลังเก็บที่โกนหนวดอย่างดีใส่ในช่องเล็กๆ ของกระเป๋า พอถูกท้วงเข้าอูยองก็เดินเอาที่โกนหนวดไปเก็บไว้ที่ตู้เก็บของในห้องน้ำตามเดิม

 

“ให้ตายเถอะ...” นิชคุณบ่นพึมพำกับตัวเอง ท่าทางของอูยองไม่ได้ชวนหาเรื่อง แต่เขาเองนี่แหละที่ชักจะไม่ชอบใจกับท่าทางเรียบนิ่ง เก็บข้าวของใส่กระเป๋าให้เขาโดยที่แม้แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์จะช่วยสักนิด ถึงได้มานั่งมองทั้งกัดฟันข่มอารมณ์ขุ่นๆ อยู่ปลายเตียงนี่ไง

 

“ถ้ายังไงเวลาโกนหนวดก็บอกให้ ‘เธอ’ ระวังด้วยแล้วกันนะครับ เกิดบาดเอาคงได้หมดหล่อกันพอดี”

 

หือ???

 

เมื่อกี้อูยองพูดอะไร...  

เธอ ที่ว่านี่พาดพิงถึงใคร? 

 

ไม่รอที่จะนั่งเปิดปากถามอยู่แค่ตรงนี้ ระยะห่างมันไกลเกินไป ขายาวๆ เลยเดินเข้าไปใกล้คนที่กำลังปิดกระเป๋าเดินทางเมื่อเช็คทุกอย่างว่าครบถ้วนแล้วเรียบร้อย มือขาวเอื้อมไปรั้งที่ต้นแขนเบาๆ ดึงให้ร่างนั้นหันหน้ามามองกันตรงๆ อูยองหายป่วยแล้วตั้งแต่เมื่อวาน และยังไปทำงานกับเขาได้เป็นปกติดี แต่สีหน้าของอูยองตอนนี้ทำเอาเขาอดคิดไม่ได้ว่าคนตรงหน้ายังคงมีอาการไข้อยู่ เพราะสีระเรื่อจางๆ ที่ปรากฏตรงข้างแก้มนิ่มมันกำลังอวดสายตาของเขาชัดเจน

 

“เมื่อกี้ที่พูดน่ะหมายถึงใครกัน?”

 

“ผมหมายถึงใครก็ตามที่อยากจะโกนหนวดให้คุณ”

 

ฟังดูก็รู้ว่าถูกประชด แล้วดูเอาเถอะว่าอูยองประชดได้น่าหมั่นเขี้ยวแค่ไหน นี่คิดไปถึงไหนต่อไหนกัน ถึงได้พูดออกมาว่าเขาจะยอมให้ใครคนอื่นมาโกนหนวดให้เขาง่ายๆ น่ะ

 

“หึงเก่งขึ้นทุกวันนะเรา”

 

“ถ้าผมหึง ผมคงไม่พูดเปิดทางให้ขนาดนี้หรอกนะครับ”

 

ก็ไม่ใช่เพราะพูดเปิดทางนี่หรือไง เขาถึงได้รู้ว่าอีกคนกำลังหึงทั้งๆ ที่ทำหน้าตายใส่เขาอยู่น่ะ อยากจะฟาดปากบางๆ นั่นด้วยปากของเขาแรงๆ สักที ยิ่งพูดก็ยิ่งเผยความรู้สึกตัวเองมากขึ้นเท่านั้น เจ้าตัวยังมีหน้ามาปากเก่งได้อีก

 

“เปิดทางให้พี่จริงๆ น่ะหรือ?” ว่าแล้วก็กอดลากเอาคนตัวเล็กในอ้อมแขนติดมาด้วย เสียงอื้ออึงที่ร้องขัดไม่มีผลต่อการกระทำอันอุกอาจของคนตัวสูงสักนิด

 

ร่างของอูยองถูกดันให้แผ่นหลังเอนราบไปกับเตียงกว้าง โดยที่ไม่มีช่องว่างให้ขัดขืน แขนทั้งสองข้างเตรียมจะดันไหล่หนาที่โน้มตามลงมาทาบทับให้ออกห่าง แต่กลับถูกจับยึดกดข้อมือลงข้างศีรษะแทน ดวงตาเรียวมองสบกับดวงตากลมคู่นั้นอย่างขอความเห็นใจ กลีบปากเตรียมจะพูดขอร้องแต่ถูกใครอีกคนพูดแทรกขึ้นเสียก่อน

 

“เพราะไม่ได้กอดนานสินะ เด็กดีถึงได้พูดจาเย็นชากับพี่แบบนี้”

 

“ผมไม่ได้ทำแบบนั้นนะ...ฮื้อออ!!~” แก้มขาวถูกปลายจมูกโด่งสูดกลิ่นจนได้ยินเสียงชื่นใจ คงชุ่มไปถึงปอดของคนฉวยโอกาสเต็มที่ 

 

“พี่อยากให้ไปญี่ปุ่นด้วยกัน แล้วทำไมคนดีถึงปฏิเสธต่อหน้าทุกคนในห้องประชุม...หือ?”

 

นิชคุณเก็บความเคืองขุ่นเมื่อตอนบ่ายมาพูด รวมถึงอาการประชดประชันอย่างวางท่าของคนรัก ปากก็เอ่ยถามไป แต่การกระทำกลับสร้างความปั่นป่วนให้คนใต้ร่างไปด้วย อูยองได้แต่บิดร่างเบาๆ เพื่อจะหลีกสัมผัสอุ่นร้อนจากลมหายใจที่เป่ารด ก่อนที่ริมฝีปากช่างเอาเปรียบจะขบเม้มลงที่ใบหูของตน

 

“ผมบอกเหตุผลไปแล้วนี่...อ้ะ! อย่านะ...”

 

เพราะเป็นเหตุผลที่นิชคุณค่อนข้างจะไม่เห็นด้วย ลำดับต่อมาซอกคอขาวก็เลยถูกจมูกไซร้หยอกเอินให้สะดุ้งวาบเล่นๆ เจ้าตัวพยายามจะใช้มือที่ถูกกดกับเตียงขัดขืน แต่ก็ถูกกอบกุมแน่นเกินจะหลุดได้ง่ายๆ เสียงหัวเราะในลำคอของคนบนร่างทำให้อยากตวัดสายตาใส่เสียเหลือเกิน แต่กลัวว่าจะทำแล้วไม่เป็นผล ซ้ำยังจะทำให้ใจอ่อนเพราะแววตาอยากจะกลืนกินกันคู่นั้นอีก

 

“พี่บอกแล้วว่างานทางนี้จะให้คุณฮันจุนดูแล…อูยอง มองหน้าพี่...” ได้ยินแบบนั้น แต่อูยองกลับเลือกทำตรงกันข้ามทันที ดวงตาคู่เรียวปิดแน่นสนิท จนคนบอกได้แต่ขู่เสียงเข้มส่งในลำคอ

 

“นี่เป็นโอกาสที่ผมจะได้พิสูจน์ความสามารถไม่ใช่หรือครับ” ใช่ นั่นคือเหตุผลของอูยอง

 

แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นงานนี้ เร็วๆ นี้ด้วย เขาตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะพาอูยองไปศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่นด้วยวันพรุ่งนี้ แต่ดูคนดีแสนดื้อของเขาสิ

 

“แปลว่าอูยองอยากปล่อยพี่ไปกับคุณจีอึนสองต่อสอง”

 

ไม่อยาก!!!

 

แน่นอนเลยว่าไม่อยากทำแบบนั้น ไม่อยากปล่อยให้ไปกันสองต่อสอง แต่ที่เขาต้องปฏิเสธก็เพราะเขาอยากพิสูจน์ตัวเอง มันเป็นโอกาสอันดีไม่ใช่หรือ ที่พนักงานในบริษัทรวมถึงหัวหน้าใหญ่ๆ ในแต่ละแผนกและทุกฝ่ายจะยอมรับความสามารถของเขา ในการดูแลการประชุมกับกลุ่มนักธุรกิจที่บริษัทตัวแม่ของคุณแม่นิชคุณที่ดูแลอยู่ต่างประเทศส่งให้มาเจรจาที่บริษัทในเกาหลีแทน เพื่อความสะดวกและเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการเดินทางไปเจรจาที่ต่างประเทศบ่อยๆ และเขาก็ควรจะดูแลแทนนิชคุณที่จะไม่อยู่ในสามสี่วันนี้ จะให้คนอื่นไปดูงานแทนนิชคุณก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะงานนี้ก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน(เลย) นิชคุณจึงต้องยอมที่จะเป็นฝ่ายลุยงานเอง แล้วจะมีทางเลือกไหนดีกว่านี้อีกงั้นหรือ?

 

เขาไม่ได้อยากให้คนรักของตัวเองไปอยู่ต่างประเทศ กับใครคนอื่นตั้งสามสี่วันแบบนี้หรอกนะ

 

“ถ้าคุณจะเห็นเจตนาของผมเป็นอย่างนั้นก็ตามใจเถอะ...ปล่อยได้แล้ว” รู้สึกน้อยใจขึ้นมาทันควัน เขาคิดว่านิชคุณน่าจะเข้าใจเขาดีเสียยิ่งกว่าอะไร ไอ้การที่เห็นเขาจัดกระเป๋าเดินทางให้ คิดว่ามันเป็นความเต็มใจอยากจะรีบผลักไสไล่ส่งให้เดินทางได้เสียคืนนี้เลยอย่างนั้นหรือ

 

ดูไม่ออกใช่ไหมว่าเขารู้สึกยังไง ทำไมถึงได้คอยแต่พูดจาดูถูกความรักของเขาแบบนี้ ใช่...เขามันมีนิสัยปากแข็ง ชอบพูดจาประชด เจ้าตัวก็พูดเอง รู้เองอยู่แล้วนี่ แต่ก็ยังจะย้ำกันอยู่แบบนั้นอีก คนบ้า!!

 

“อย่าโกรธพี่...” เห็นท่าทางและฟังน้ำเสียงแล้ว นิชคุณก็อดใจหายไม่ได้ การจะเดินทางไปดูงานที่ญี่ปุ่นตั้งหลายวัน มันทำให้เขาหดหู่มากพอแล้ว เขาจะต้องอยู่ห่างจากอูยอง ไม่ได้เห็นใบหน้านี้ ไม่ได้แต้มจูบริมฝีปากสีพีช ไม่ได้นอนอยู่ข้างๆ และกอดให้หลับฝันดี แค่นี้มันก็ทรมานมากเกินพอแล้ว

 

ได้โปรดอย่าโกรธกันเลย

 

“พี่แค่ไม่อยากห่างจากอูยองไปหลายวัน พี่ขอโทษที่พูดจาแบบนั้น” แค่คำขอโทษจิตใจก็พลันอ่อนยวบยาบ ใบหน้าขาวขยับมามองใบหน้าหล่อตรงๆ เปลือกตาที่ปิดแน่น ค่อยๆ เปิดออกมองช้าๆ ราวกับจะค่อยๆ เก็บทุกสิ่งทุกอย่างให้จดจำไปจนกว่าจะถึงวันที่อีกคนกลับมา

 

ยอมรับว่าเขาเองก็ใจหายเหมือนกันที่จะไม่ได้เห็นคนที่ชอบเอาเปรียบตนทุกครั้งอยู่ข้างๆ แม้จะแค่สามสี่วัน แต่อูยองก็รู้สึกว่ามันนานเกินไป

 

“ความจริงแล้ว ผมไม่อยากให้คุณไป แต่คุณก็รู้นี่ว่าที่เราทำอยู่มันคืองาน มันคือภาระหน้าที่ คือสิ่งที่เราต่างคนต่างก็ต้องช่วยกันรับผิดชอบ ผมไม่ได้โกรธคุณหรอกนะครับ แต่......” แค่น้อยใจ

 

อูยองทิ้งประโยคที่ควรจะสมบูรณ์เอาไว้ ทำเอาคนกำลังยิ้มต้องอ้าปากค้าง ก่อนจะไซร้จมูกโด่งเกลี่ยกับปลายจมูกของคนใต้ร่าง ราวกับร้องขอประโยคเติมเต็มนั้น

 

“ปล่อยก่อนสิครับ ผมเจ็บมือไปหมดแล้ว” ขยับข้อมือที่ถูกกดแน่นกับเตียงเพื่อบอกให้รู้ นิชคุณถึงได้ยอมปล่อยออกช้าๆ แล้วใช้หลังมือเกลี่ยที่ข้างแก้มเบาๆ

 

“พูดต่อสิ...”

 

อูยองเบะปากใส่ด้วยความหมั่นไส้ ทีของตัวเองล่ะอยากได้อย่างนั้นอย่างนี้ก็ต้องได้ตามแต่ใจทันที แล้วพอทีของเขากลับมากดดันกันได้ตลอด คิดมาถึงจุดนี้แล้วก็ชักไม่อยากจะพูดขึ้นมาดื้อๆ แล้วล่ะ

 

“ไปอาบน้ำได้แล้วนะครับ พรุ่ง....”

 

“อย่าพูดถึงวันพรุ่งนี้ มันยังมาไม่ถึง”

 

“แต่....”

 

“ชู่วววว~”

 

ความเงียบบังเกิดขึ้นได้ไม่กี่อึดใจ เสียงลมหายใจก็หอบแข่งกันดังแทรกความเงียบขึ้นมาแทนที่ เพราะเกิดการสัมผัสกันของริมฝีปากที่บดขยี้และเรียวลิ้นที่ไล่ต้อนให้จนมุม (และ)เสียงน่าอายของความชื้นจากริมฝีปากทั้งคู่

 

ตอนนี้จาง อูยองหมดแรงอยู่ใต้ร่างของนิชคุณแล้ว

 

“อือออ~” เสื้อยืดตัวบางถูกเลิกขึ้นจนเผยหน้าท้องแบนราบ มือของนิชคุณลูบไล้มาเรื่อยๆ จนถึงจุดเล็กๆ สองข้างที่แข็งสู้มือ เพียงแค่แตะสัมผัส แผ่นอกก็แอ่นสะท้านขึ้นหา พร้อมกับเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง กลีบปากสีลูกพีชอิ่มช้ำเพราะแรงบดจูบครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และนิชคุณไม่รีรอที่จะถามเอาคำตอบอีกต่อไป

 

“ค...คุณ...อาาาา~” เรียวลิ้นร้อนแตะเข้ากับยอดอกทั้งสองข้างสลับกัน ดุนดันพร้อมกับดูดติดกลีบปาก เรียกเสียงครางกระเส่าได้ไม่ขาด ท่อนบนของอูยองเปลือยเปล่าเมื่อไหร่ไม่รู้ ผิวเนื้อสีขาวละเอียดเห่อแดงไปแล้วจนทั่ว เพราะริมฝีปากของคนบนร่างที่บรรจงขบเม้ม เก็บกลืนรสหอมหวานบนผิวกายนี้

 

พี่คุณ...อูยอง...เรียกพี่คุณ...นะครับ” ใบหน้าหล่อผงกหัวขึ้นมาเอ่ยเสียงแหบพร่าบอกที่ข้างหู ลมร้อนเป่ารดจนทั้งร่างสั่นหวิว กลีบปากอิ่มเม้มเข้าแล้วคลายออกช้าๆ ดวงตาหรี่ปรือเปิดขึ้นจนมองเห็นการกระทำของคนบนร่างที่ชวนให้รู้สึกอยากหลับตาลงเสียเดี๋ยวนั้น

 

นิชคุณใช้ฟันแก้ปมของเชือกที่รัดหัวกางเกงเอาไว้ออก พร้อมมืออีกข้างลูบไล้ที่เรียวขาขึ้นมาช้าๆ อูยองไม่ทันจะร้องห้าม ปลายนิ้วมืออีกข้างก็ใส่เข้ามาในโพรงปากพอดิบพอดี เกิดเสียงร้องอู้อี้พร้อมกับการไล่ขบปลายนิ้วที่กวาดไปจนทั่วทั้งโพรงปาก อูยองร้องครางออกมาแทบไม่เป็นภาษา แม้แต่สติก็ไม่เหลือให้ต่อต้านใดๆ อีก เพราะนิชคุณใช้ความชำนาญปลุกเร้าร่างกายของเขาทุกสิ่งทุกอย่างจนยากจะขัดขืนได้อีกแล้ว

 

“อ่า!!” เสียงทุ้มร้องขึ้นก่อนจะข่มกัดฟันแน่น เมื่อปลายนิ้วถูกฟันคมของอูยองกัดเอาไว้จนได้ เหตุเพราะกางเกงขาสั้นผ้าเนื้อดีที่ถูกรัดไว้ด้วยปมเชือกถูกคลายออกเป็นผลสำเร็จ และนิชคุณกำลังใช้มือข้างเดียวนั้นรั้งให้กางเกงค่อยๆ หลุดลงมาตามเรียวขาขาวที่เจ้าของร่างก็ให้ความร่วมมือด้วยเป็นอย่างดี

 

ปราการด่านสุดท้ายที่อูยองไม่อยากรับรู้ เปลือกตาจึงปิดลงแน่นขึ้นอีก มือข้างหนึ่งจิกเล็บลงกับผ้าปูที่นอนจนแทบจะขาดติดมือ อีกข้างกำแน่นที่หมอน พร้อมกับกดหน้าลงหลบหนีความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น หลังจากที่ชิ้นสุดท้ายที่ปกปิดส่วนสำคัญของตนถูกถอดออกไปแล้วเรียบร้อย และเมื่อรับรู้ว่าส่วนนั้นของตนกำลังถูกครอบครองด้วยสิ่งใด เสียงร้องครางก็แทบจะระเบิดขึ้นในทันที

 

ฟันคมครูดเข้ากับผิวเนื้อส่วนที่แข็งชัน จนเอวบางบิดเร่าด้วยความทรมาน เสียงครางอื้ออึงดังสลับกับเสียงที่ส่วนล่างถูกกลืนกินอย่างน่าอาย อูยองอยากจะกัดหมอนแทนการขบกัดริมฝีปากตัวเองให้รู้แล้วรู้รอดไป เพราะต่อให้กัดจนสีเลือดขึ้นยังไงก็ยังไม่อาจกักกั้นเสียงครางหวานของตนได้

 

“ค...อื้ออออ อ้ะ...ค..คุณ พี่คุณ!!”

 

เพราะถูกเร่งเร้าด้วยการกระทำอันหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เสียงที่ครางขึ้นด้วยแรงอารมณ์ที่โหมกระพือจึงสั่นพร่า ชื่อที่ถูกเรียกขานอย่างน่าฟังดังขึ้นมาพร้อมๆ กับเสียงครางนั้น คนทำพึงพอใจอย่างที่สุดและปรนเปรอให้ทุกอย่างจนสิ้นสุดที่น้ำเหนียวสีขาวขุ่นทะลักออกมาเต็มช่องปาก

 

“อ้ะ...อย่าทำแบบนั้นนะ” อูยองร้องห้ามเมื่อปรือตาขึ้นมาเห็นคนที่ยังอยู่ตรงหว่างขาทำท่าจะกลืนเอาน้ำรักนั่นเข้าไป แต่ห้ามอะไรได้ในเมื่ออีกคนจัดการไปเรียบร้อยแล้วต่อหน้าต่อตา

 

ปึ้ก!!

 

กำปั้นเล็กๆ ทุบลงที่ไหล่หนาอย่างไม่ปรานี ใบหน้าร้อนวาบราวกับถูกไฟเผา สีแดงระเรื่อจับไปทั่วทั้งหน้ารวมไปถึงผิวเนื้อเปลือยเปล่าด้วยเช่นกัน ภาพที่นิชคุณกลืนกินอะไรแบบนั้นเข้าไป มันทำให้เขาอายจนสุดจะทนจริงๆ

 

“น่าเกลียด...” เขาว่าเมื่อนิชคุณขยับร่างขึ้นมาทาบทับกันอีกครั้ง

 

“ไม่มีตรงไหนของอูยองที่น่าเกลียดสักที่” ต่อปากต่อคำด้วยไม่ได้ เพราะอายจนตัวแทบสุก เตรียมเปิดปากจะต่อว่าแต่จำต้องกัดมันไว้แทน ทว่าทำได้ไม่นานนักริมฝีปากอิ่มของนิชคุณก็แตะลงเบาๆ บนเรียวปากของเขาแล้วผละออก

 

“ให้รู้ไว้ว่าพี่รักอูยองทั้งหมด ไม่ว่าจะที่ใดบนร่างกายนี้ก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของพี่”

 

“เห็นแก่ตัวจัง...” อูยองหนอ....จะว่าเขาทั้งทีแต่ทำไมกลั้นยิ้มไม่มิดเสียแบบนี้ เขินจนต้องเผลอยิ้มออกมากับคำพูดของนิชคุณ แล้วก็ต้องหลุดขำออกมาเบาๆ เพราะคำพูดของตัวเองดันขัดกับการกระทำโดยสิ้นเชิง

 

หมดกัน จาง อูยอง

 

“เอ๊ะ?”

 

“อะไรกัน...คิดว่ามันจะจบลงแค่นี้หรือไง” นิชคุณส่งยิ้มมุมปากไปให้