[Fic-KhunWoo] :: Lost in love :: Ch.2

posted on 25 Nov 2010 21:42 by 2pm-fictionismz
 
 
 
 
 
 
 

Title: [Fic] Lost in Love
Chapter: 2
Author: Shin-Dragon

Beta reader: Kumameaw
Paring: Nichkhun x Wooyoung / Chansung x Junho
Rate: PG-13

 

 

 

อากาศในเช้าวันนี้กำลังเย็นสบาย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของพันธุ์ไม้ที่ปลูกไว้ในสวนและรอบๆ บ้าน ต่างส่งกลิ่นหอมอบอวลยั่วยวนราวกับอยู่ใกล้เพียงแค่ปลายจมูก ดวงตาปิดสนิท หากแต่ประสาทรับรู้ก็ยังทำงานได้อย่างเต็มที่ ริมฝีปากค่อยๆแย้มยิ้มช้าๆ บอกตัวเองให้ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นเพื่อต้อนรับเช้าวันใหม่

 

อา~ เข้าใจแล้ว...กลิ่นหอมๆ ของพันธุ์ไม้ ที่ว่าอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกนี่เอง

 

คนตื่นก่อนมักจะได้เปรียบเสมอ  

 

เขาเพิ่งคิดมันได้เองก็ตอนนี้แหละ

 

นิชคุณมองสำรวจใบหน้าของคนที่ยังนอนหลับตาอยู่ข้างๆ ราวกับไม่เคยได้พบเห็นกันมาก่อน แก้มกลมๆ ที่ตนมองเท่าไหร่ก็ไม่รู้เบื่อ ยังคงดึงดูดสายตาเหมือนเช่นทุกครั้ง กลีบปากสีหวานที่ไม่ว่าแตะต้องเท่าไหร่ความหอมหวานก็ไม่เคยเจือจางและหมดไปสักที ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าเขาจะหลงรักผู้ชายคนหนึ่งได้มากมายถึงขนาดนี้

 

จาง อูยอง

 

เสียงเอ่ยเรียกที่ดังขึ้นในใจ เหมือนจะปลุกคนที่นอนหลับตาพริ้มให้รู้สึกตัวขึ้น นิชคุณตั้งศอกขึ้นกับเตียงนอนแล้ววางศีรษะของตัวเองกับฝ่ามือ รอคอยใครอีกคนตื่นขึ้นมาเห็นหน้ากันอย่างอารมณ์ดี

 

อูยองค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นแล้วออกอาการเหวอไปนิดๆ เมื่อเห็นว่าใครอีกคนจ้องมองตนอยู่ใกล้ๆ ใบหน้านิ่งเรียบขึ้นสีแดงระเรื่อพอให้ใครบางคนมองแล้วได้ใจ ก่อนอูยองจะพลิกตัวหันหน้าหนีไปอีกทาง เพราะทำยังไงก็ไม่ชินกับการที่ต้องถูกจ้องมองตอนที่เพิ่งตื่นนอนสักที

 

อีกความหมายหนึ่งก็คือ เขารู้สึกเขินสายตาแบบนั้นของนิชคุณนั่นแหละ

 

“อรุณสวัสดิ์อูยอง”

 

ชีวิตหลังจากที่ทั้งเขาและนิชคุณ รักและเข้าใจกันแล้ว มันช่างให้ความรู้สึกแปลกใหม่ กับเขาอยู่ทุกครั้ง แม้ว่าจะพยายามทำใจให้ชินแล้ว แต่ก็ไม่เห็นว่าจะทำได้อย่างที่ต้องการนัก ให้เขินยังไงเขาก็ยังเขินอย่างนั้น เขินทั้งๆ ที่ปั้นหน้านิ่งออกไปให้นิชคุณมองนั่นแหละ

 

นิชคุณยิ้มน้อยๆ ตรงมุมปาก เมื่อเห็นแก้มขาวใสมีสีเลือดฝาด แม้อูยองจะหันหลังให้แต่อยู่ใกล้แค่นี้เขาก็ยังมองเห็นได้ชัดเต็มตา มือขาวยกขึ้นเกลี่ยที่ผิวแก้มนิ่มเบาๆ จนเจ้าของแก้มนั้นสะดุ้งเล็กน้อย จากนั้นอาการหวงแก้มก็กำเริบขึ้นมาทันตา

 

อูยองกดซีกหน้าอีกข้างลงกับหมอนแทบจม เพื่อให้แก้มข้างที่ถูกสัมผัสได้เอียงหลบ สุ้มเสียงแหบพร่าครางงึมงำขึ้นในลำคอ เมื่อใครบางคนยังไม่ยอมเลิกราง่ายๆ

 

“ฮื้อออ~ อย่ากวนสิครับ” เสียงออกจะติดรำคาญนิดๆ แต่นิชคุณกลับหัวเราะเบาๆ และชักจะสนุกกับอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดของอูยองในเช้าวันใหม่นี้เสียเหลือเกิน

 

“โอเค...ไม่กวนก็ได้ ถ้างั้น...หันหน้ามาหน่อยสิ” กลอุบายอะไรอีกหนอที่นิชคุณจะสรรหามาแกล้ง เขา จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีหลบหลีกความเจ้าเล่ห์ของนิชคุณให้เป็น และอย่าได้ไว้ใจอีกฝ่ายง่ายดายนัก หากเมื่อไหร่ที่นิชคุณยอมเลิกราในการก่อกวนตนง่ายๆ แล้ว เมื่อนั้นจะพบว่าตนเองได้พ่ายแพ้ให้แก่ความเจ้าเล่ห์ของนิชคุณอย่างสมบูรณ์

 

“อูยองอา~ หันหน้ามาหาพี่หน่อยสิครับ” ถ้าต้องสำลักความรู้สึกอิ่มเอมใจมากขนาดนี้ บางทีเขาก็อยากจะลองกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนที่ยังเกลียดกันดูนัก

 

คำว่า ‘ครับ’ ที่ลงท้ายประโยคอย่างอ่อนโยนจากปากนิชคุณแบบนี้ มันรู้สึกไม่คุ้นชินจริงๆ

 

นี่เขาเป็นพวกซึนเดเระอย่างที่จุนโฮกับชานซองเคยว่าจริงๆ เหรอ?

 

“ตื่นแล้วก็ลุกสิครับ” อูยองพยายามใช้แขนข้างหนึ่งดันส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายนิชคุณให้ผละจากตนเองไป โดยไม่ได้เหลียวมองด้วยซ้ำ เพราะยังคงตั้งหน้าตั้งตาหลบสายตาของคนที่ยื่นหน้าเข้ามามองอยู่

 

“อูยองก็หันหน้ามาก่อนสิ” ยังจะต่อรองได้อีกนะ!

 

“ผมไม่หันครับ”

 

นิชคุณจิ๊ปากอย่างขัดใจ ไม่ใช่กับท่าทางขัดขืนหรือคำพูดที่อีกคนขัดความต้องการของตัวเอง แต่เพราะอูยองติดนิสัยเรียกเขาว่า ‘คุณ’ มากกว่าคำว่า ‘พี่’ แล้วก็มักจะพูด ‘ครับ’ ท้ายประโยคอยู่บ่อยๆ ฟังดูนอบน้อมและให้ความเคารพกันมากกว่าจะเป็นคนรัก มันห่างเหินเกินไป เขาคิดอย่างนั้น บอกกี่ครั้งแล้วว่าเขาไม่ถือสาเรื่องมารยาท ยิ่งถ้ากับคนที่เป็นคู่ชีวิตด้วยแล้ว เขาไม่อยากให้มันมีมากเกินความจำเป็น และอูยองก็เป็นประเภทที่มากเกินความจำเป็นเสียด้วย และไม่ว่าเขาจะบอกอูยองกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เจ้าตัวก็ยังยืนยันที่จะพูดตามที่ตัวเองอยากจะพูดอยู่แบบนี้

 

เขายอมให้ก็ได้...แต่บางทีมันก็อดรู้สึกขัดใจไม่ได้อยู่ดี

 

“พี่ยอมลุกแล้ว....” แล้วอูยองก็รู้สึกได้ว่าอีกคนยอมลุกขึ้นแล้วจริงๆ แต่ก็เดาไม่ออกว่ามันจะปลอดภัยสำหรับตัวเองได้แค่ไหน

 

มันไม่น่าที่จะมาคิดระแวงเลย เพราะยังไงซะทั้งเขาและนิชคุณก็เป็นคนรักและคู่หมั้นกันด้วยความยินยอมและเต็มใจอย่างที่สุดแล้ว แต่เพราะนิชคุณมักทำตัวให้เขาต้องขลาดเขินอยู่บ่อยๆ จับนั่นบ้างแตะนี่หน่อย เขาก็ไม่ได้หวงนักหนาหรอก แต่ไม่ชอบสีหน้าและแววตาที่พออกพอใจของอีกคนมากกว่า มันทำเอาเขาไม่กล้ามอง แล้วก็พาลใจสั่น ตื่นเต้นอยู่ทุกครั้งไป

 

คนที่เคยเยือกเย็นแต่ต้องมาเป็นแบบนี้บ่อยๆ มันไม่สนุกเท่าไหร่หรอกนะ

 

“อูยองกลัวพี่จะเอาเปรียบหรือ?” นิชคุณเอ่ยถามราวกับอ่านใจคนที่นอนหันหลังอยู่นั้นออก

 

“...........”

 

คุณมักจะเอาเปรียบผมเสมอ แล้วก็ไม่ต้องทำน้ำเสียงหงอยๆ แบบนั้น ให้ตายผมก็ไม่เห็นใจหรอกนะ 

 

อูยองเลยกลายเป็นคนพูดอะไรในใจกับตัวเองไปโดยปริยาย เพราะถ้าพูดแบบที่คิดขึ้นมาแล้ว เขาไม่มั่นใจว่านิชคุณจะทำอะไรให้เขาต้องถอนคำพูดอีก

 

“พี่ก็แค่อยากมองหน้าอูยองใกล้ๆ อยากจูบอรุณสวัสดิ์โดยที่อูยองเต็มใจให้พี่จูบ ไม่ใช่พี่บังคับเอา วันนี้พี่เลยอยากหาวิธีเกลี้ยกล่อมดู แต่ก็รู้ผลแล้วล่ะ....เพราะแค่ขอให้หันมา อูยองยังไม่ยอมหันให้พี่เลยสักนิด”

 

นิชคุณทำหน้ายังไงตอนที่พูด อูยองไม่อาจรู้ แต่ประโยคยาวๆ ที่อีกคนเอื้อนเอ่ยขึ้นมาทำเอาคนฟังถึงกับต้องกระพริบตาปริบๆ กลีบปากสีสวยเผยอค้างเพราะอึ้งไป ใบหน้าร้อนวูบวาบขึ้นมาเพราะคำสารภาพที่บอกว่า อยากจูบอรุณสวัสดิ์เขาโดยที่เขาเต็มใจให้จูบ

 

เขาควรจะให้...ตามที่อีกคนต้องการหรือเปล่านะ?

 

“อูยองนอนต่ออีกนิดก็ได้นะ เดี๋ยวพี่อาบน้ำเสร็จแล้วจะมาปลุก”

 

พอรู้สึกถึงน้ำหนักข้างๆ ที่ว่างเปล่า อูยองก็ลุกพรึ่บ! แล้วหันไปคว้าได้ชายเสื้อนอนตัวบางของนิชคุณพอดี ดวงตาคู่เรียวหรุบต่ำลงเมื่อนิชคุณหันกลับมาแล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้ๆ

 

“หือ?” เสียงในลำคอดังขึ้นแทนอาการสงสัยที่ถูกอีกคนดึงรั้งเอาไว้ แต่เจ้าตัวกลับไม่ยอมพูดแล้วก็ไม่ยอมมองหน้าตนแม้แต่นิด

 

อูยองพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่สนว่าอีกคนกำลังมองตัวเองด้วยสายตาแบบไหน สิ่งที่คิดอยู่ในหัวดูเหมือนจะดึงความสนใจของตนเองไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ริมฝีปากเม้มเข้าแล้วก็คลายออกสลับกันราวกับกำลังใช้มันแทนการตัดสินใจ ครั้นนิชคุณจะอ้าปากถามอีกครั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวได้ทัน

 

“อรุณสวัสดิ์ครับ”

 

ไม่.....มันไม่ใช่แค่การกล่าวอรุณสวัสดิ์ธรรมดาๆ จาง อูยอง จูบอรุณสวัสดิ์ให้เขาด้วยตัวเอง โดยที่เขาไม่ต้องเป็นฝ่ายฝืนบังคับเอาตามแต่ใจเลยต่างหาก

 

นิชคุณยังมัวแต่เบิกตาค้าง และยังอยู่ในท่าที่ก้มตัวลงมาหาอูยอง หากอูยองกลับไม่ได้นั่งอยู่ที่เดิมอีกแล้ว ริมฝีปากค่อยๆ คลี่ยิ้มทีละนิดๆ จนเต็มใบหน้า ถึงสมองจะประมวลผลช้าเกินไปหน่อยแต่สัมผัสบางเบาที่ติดอยู่บนริมฝีปากก็ยังคงอุ่นร้อนจนทำเอาหมดเรี่ยวแรงล้มคว่ำหน้าลงกับเตียงนุ่มไปเต็มๆ

 

อูยองไหวตัวทัน...ก่อนที่นิชคุณจะรู้สึกตัวว่าถูกทำเซอร์ไพรส์เข้าให้ แต่หลังจากที่ตัดสินใจมอบจูบตอนเช้าให้นิชคุณไปแล้ว เจ้าตัวก็รีบพาร่างของตัวเองลงจากเตียงแล้วรีบคว้าผ้าเช็ดตัวหายวับเข้าห้องน้ำไปในทันที 

 

จำเอาไว้เลยนะ ว่าจาง อูยองจะไม่ทำแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง!!

 

.

 

.

 

 

การทำงานในสัปดาห์ที่สองของอูยองเป็นไปด้วยดี แม้จะมีใครบางคนที่มักจะเอาแต่ใจกับตนอยู่บ่อยครั้งในเวลาทำงานก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ชอบใจนักหรอกที่นิชคุณมักจะให้เหตุผลเหมือนกับว่าเขายังเป็นเด็กๆ แบบนี้

 

อูยองเรียนรู้ได้เร็ว และทำงานเก่ง พี่ก็แค่อยากจะให้รางวัล 

 

เขาไม่ใช่เด็กประถมที่พอได้เกรดดีๆ แล้วพ่อแม่จะให้อะไรเป็นสิ่งตอบแทนในความตั้งใจเรียนสักหน่อย แต่ก็นั่นแหละ...นิชคุณชอบมองว่าเขาเป็นเด็กอยู่เรื่อย

 

“อูยอง...” เสียงคุ้นหูเอ่ยขึ้น เรียกเอาคนที่กำลังจัดเก็บแฟ้มงานต้องเงยหน้าขึ้นมอง

 

“ขอเวลาอีกสักครู่นะครับ...ผมยังเก็บเอกสารไม่เรียบร้อยเลย” อูยองบอก แต่ข้อมือกลับถูกหยุดเอารั้งไว้

 

“เดี๋ยวค่อยกลับมาจัดก็ได้ นี่มันเที่ยงแล้วนะ”

 

“ไม่ได้ครับ ต้องทำงานให้เรียบร้อยอีกไม่ถึงสิบนาทีเท่านั้นเอง” นิชคุณจำใจปล่อยข้อมือขาวก่อนจะหันหลังกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานของอูยอง ดีอยู่หรอกที่เห็นอูยองมีความตั้งอกตั้งใจทำงานแบบนี้ มีความรับผิดชอบสูงก็ใช่ว่าไม่ดี แต่อูยองน่ะทำดีเกินไปมากต่างหาก

 

“พี่ต้องเพิ่มเงินเดือนให้เลขาคนเก่งอีกเท่าไหร่กันนะ”

 

“อย่าประชดสิครับ” อูยองสวนกลับทั้งที่ยังวุ่นอยู่กับการจัดแฟ้มเอกสารเข้าชั้นต่อไป

 

“พี่ขอถามอะไรอย่างสิอูยอง” อยู่ๆ คนที่หันหลังให้ในตอนแรกก็หันหน้ากลับมามอง ดวงตากลมโตดูจริงจัง ทำเอาอูยองหายใจลำบากขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว นึกหวั่นกับคำถามที่อีกฝ่ายกำลังจะเอ่ยขึ้น

 

“จุนโฮน่ะ.....” อยู่ๆ นิชคุณก็คิดเปลี่ยนใจไม่อยากจะถามขึ้นมาเสียอย่างนั้น เขาอยากจะแน่ใจอะไรมากกว่านี้อีกสักหน่อย และดูเหมือนว่าอูยองจะยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเพื่อนรักของตัวเองเสียด้วย ไม่อย่างนั้นใบหน้าน่ารักที่เขาเห็นอยู่ทุกวันคงเครียดขึงเพราะมัวแต่ครุ่นคิดอยู่แน่ๆ

 

“จุนโฮทำไมหรือครับ?”

 

“อ๋อ...เปล่าหรอก” คิดผิดแล้วที่ตอบออกไปแบบนั้น เพราะอูยองไม่ได้คลายปมที่ขมวดเอาไว้เลย ซ้ำยังมองด้วยสายตาคาดคั้นอีกต่างหาก

 

“คุณไม่เคยถามถึงเรื่องของเพื่อนผมสักนิด” มันถึงได้รู้สึกตงิดๆ ยังไงชอบกล

 

“ต้องสอนให้เรียกพี่บ่อยๆ ซะแล้วจะได้ชินปากเสียมั่ง” นิชคุณพึมพำกับตัวเองเบาๆ ทำราวกับไม่ได้ฟังในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูด หากแต่คิดอย่างนั้นจริงๆ ก็อูยองไม่เรียกเขาว่า ‘พี่’ ให้ชินปากเสียที

 

“ผมดูไม่ออกเลยนะครับว่าคุณกำลังเปลี่ยนเรื่องพูดหน้าตาเฉย” นิชคุณยิ้มกว้างใส่ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนที่กำลังมองสบตาด้วยอย่างท้าทาย

 

“ไม่หลบ?” ปลายจมูกแทบจะชนกันแล้ว แต่นิชคุณเห็นท่าทางของอูยองที่ไม่เอียงหลบเหมือนทุกที จึงเอ่ยคำถามขึ้น

 

“ผมไม่ได้ขี้ขลาดขนาดนั้น” ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นสูงพลางยกยิ้มมุมปากเมื่อได้ฟังคำตอบ

 

“จริงด้วย...เพราะเมื่อเช้าอูยองยังจูบอรุณสวัสดิ์พี่อยู่เลย”

 

ใบหน้าเรียบนิ่งของอูยองเปลี่ยนสีเป็นแดงระเรื่อขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ภาพเหตุการณ์เมื่อเช้ามันย้อนกลับเข้ามารบกวนจิตใจอีกจนได้ หลังจากที่เขาเสียเวลาเก็บมันไว้ลึกๆ ในใจแล้วแท้ๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเสียสมาธิในการทำงาน และไม่อยากแสดงอาการหน้าซับสีเลือดให้ใครอีกคนได้ใจและเอามาล้อเขาบ่อยๆ

 

เกลียดคนความจำดีเหลือเกิน 

 

อูยองนึกประชดนิชคุณอยู่ในใจ...

 

“คุณก็ยังเก็บเอามาคิด ทั้งๆ ที่ผมทำไปเพราะไม่เต็มใจน่ะหรือครับ?” นิชคุณเปลี่ยนสีหน้าไปเพียงนิดเดียว เพราะเขารู้ว่าอูยองกำลังกลบเกลื่อนและจะใช้คำพูดพวกนั้นทำให้เขายอมแพ้ต่างหาก

 

“งั้นคราวนี้ให้พี่ลองพิสูจน์ดูอีกทีดีไหม...” นิชคุณค่อยๆ ปรับองศาของใบหน้าเพื่อให้ริมฝีปากค่อยๆ เคลื่อนเข้าหาราวกับภาพสโลว์ อีกเพียงนิดเดียวก็จะสัมผัสกัน แต่ในที่สุดแล้วอูยองก็กลับเอียงหน้าหลบเสียอย่างนั้น

 

“อูยองไม่ได้ขี้ขลาดจริงๆ ด้วยสินะ”

 

นิชคุณยืดตัวขึ้นยืนตัวตรงพร้อมกับล้วงมือเข้าในกระเป๋ากางเกง ใบหน้าหล่อเหลามีแววล้อเลียนอย่างเห็นได้ชัด จนคนตัวเล็กกว่าอดไม่ได้ที่จะกัดฟันใส่ ถนัดนักนะไอ้เรื่องที่ทำให้คนอื่นต้องรู้สึกอับอายน่ะ

 

ชายหนุ่มร่างสูงผิวขาวจัดยืนมองคนรักจัดเก็บแฟ้มเอกสารใส่ชั้นจนเสร็จเรียบร้อย ด้วยท่าทางได้อกได้ใจ เพราะแก้มกลมๆ ทั้งสองข้างแข่งกันซับสีเลือดขึ้นอวดสายตาอย่างขัดใจเจ้าของของมัน ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินเคียงคู่ให้พนักงานในบริษัทตาร้อนผ่าวกันเล่นๆ ประธานบริษัทและเลขาส่วนตัวพ่วงด้วยตำแหน่งคู่รักคู่หมั้นควงกันออกไปทานข้าวด้วยกันทุกวันแบบนี้

 

เห็นจนชินตาแต่ความอิจฉาก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่นิด

 

อูยองนั่งเงียบๆ ตามแบบนิสัยของตัวเองภายในรถคันหรูที่มีคนหล่อเป็นสารถีให้ แต่นิชคุณหาใช่สารถีธรรมดาๆ ทั่วไป